กันยายน 2018 archive

ไม่สนใจทาบเมสซี่-โด้!อาซาร์เล็งพาเชลซีซิวแชมป์

เอแด็น อาซาร์ ปีกฟอร์มฮอตของ เชลซี ระบุ ในช่วงเวลานี้ตนให้ความใส่ใจกับเรื่องพาทีมเป็นแชมป์สูงที่สุด ไม่ใช่ข้อความสำคัญที่หลายคนเอาตนไปเทียบกับ ลิโอเนล เมสซี่ รวมทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่ว่ารับ ดีใจที่หลายท่านเห็นว่าตนเก่งเท่าทั้ง 2 รายดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

เอแด็น อาซาร์ ปีกตัวเก่งของ เชลซี สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พูดว่าตนสนใจเพียงแค่เรื่องพาทีมได้แชมป์มาครอบครองให้ได้เท่านั้น และไม่สนเรื่องที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า และก็ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส มากสักเท่าไรนัก

อาซาร์ กำลังอยู่ในตอนที่ฟอร์มร้อนแรงสุดๆภายหลังที่ฤดูนี้ทำประตูในลีกไปถึง 5 ลูก จากการลงเล่น 6 เกม แถมใน 7 นัดหมายหลังสุดจากในเวลาที่เล่นให้ทั้งยัง เชลซี และก็ทีมชาติเบลเยียม รวมกันในทุกรายการนั้น เขายังทำแต้มได้ถึง 6 นัดด้วย กระทั่งทำให้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยยกย่องอดีตลำแข้ง ลีลล์ ว่าอยู่ในระดับเดียวกับ เมสซี่ แล้วก็ โรนัลโด้ แล้ว

อาซาร์ เปิดเผยว่า “พูดตามตรงนะ ผมมิได้ตั้งความมุ่งหมายอะไรไว้เลย เป้าหมายเดียวของผมเป็นการได้แชมป์ในทุกฤดู ผมอยากได้แชมป์ มันไม่มีความจำเป็นหรอกว่าผมจะทำประตูได้กี่ลูก พวกท่านก็รู้จักผมดี ผมไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้นอยู่แล้ว ผมเพียงแค่ต้องการสนุกกับการเล่นบอลของตน รวมทั้งพาทีมชนะให้ได้”

“ปัจจุบันนี้ผมกำลังทำประตูได้หลายลูก ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆคนชื่นชมผมว่าเป็นหนึ่งใน 3 นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดของโลก (ร่วมกับ เมสซี่ และก็ โรนัลโด้) ซึ่งผมก็ดีใจนะที่คนชมเชยให้ผมอยู่ในระดับนั้น ผมต้องการทำผลงานให้ดีถัดไป ผมยังเป็นนักฟุตบอลคนเดียวกับเมื่อ 2 ปีก่อน รวมทั้ง 3 ปีก่อน ช่วงนี้ผมอยู่ในตอนที่ทำคะแนนได้หลายลูก รวมทั้งหวังว่าผมจะยังทำแต้มได้ต่อไป”

“แน่ๆว่าการทำอย่างนั้นให้ได้มันไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่ายๆการยิงให้ได้หลายลูกใน พรีเมียร์ลีก มันทำได้ยากมากมาย แม้กระนั้นผมก็รู้สึกดีตั้งแต่จบเกม เอฟเอ คัพ นัดหมายชิงชนะเลิศ ซึ่งพวกท่านก็คงจะมองเห็นถึงหัวข้อนั้นด้วยตาตนเองแล้ว ผมได้เล่นให้ทีมที่แข็งแกร่งทั้งกับ เชลซี และก็กับ เบลเยียม ที่ทำผลงานได้ดีมากมายๆในศึก บอลโลก มันช่วยทำให้ผมเล่นได้ดีขึ้นด้วย” แข้งวัย 27 ปี ระบุ…

สเปอร์สไม่มีสองแข้งหลักฟัดอินเตอร์

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะไม่มีสองกองหลังอย่าง โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กับ คีแรน ทริปเปียร์ ช่วยกลุ่มในเกมบุกไปเยือน อินเตอร์ มิลาน วันอังคารนี้ ในขณะที่ อูโก้ โยริส กับ เดเล่ อัลลี ก็ยังไม่พร้อมที่จะคัมแบ็ก

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการกลุ่ม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สมาพันธ์ดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ รับรองว่า โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เซนเตอร์แบ็กคนเก่ง แล้วก็ คีแรน ทริปเปียร์ แบ็กขวาจอมบุก ไม่มีชื่ออยู่ในกลุ่ม ชุดที่จะบุกไปฟาดแข้งกับ อินเตอร์ มิลาน สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี ครั้งแรก วันอังคารที่ 18 เดือนกันยายนนี้

นับว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจไม่น้อย เนื่องจากทั้งยัง อัลเดอร์ไวเรลด์ รวมทั้ง ทริปเปียร์ ต่างไม่มีปัญหาเจ็บรบกวน แต่ว่า โปเช็ตติโน่ ได้แจงในงานแถลงข่าวก่อนเกมแล้วว่า เป็นการตัดสินเกี่ยวกับทางเทคนิค เนื่องจากอยากให้ทั้งคู่ได้พักแข้งเพื่อเก็บความสดไว้บุกไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในเกมลีก วันเสาร์ที่ 22 เดือนกันยายน

นอกเหนือจากนี้ อูโก้ โยริส ผู้เฝ้าประตูกัปตันกลุ่ม รวมทั้ง เดเล่ อัลลี กองกลางคนสำคัญ ก็ไม่พร้อมช่วย สเปอร์ส ในเกมวันอังคารเหมือนกัน เพราะว่ายังมีปัญหาเจ็บรุมเร้า ทำให้ทั้งสองพลาดเกมลีกนัดหมายล่าสุดที่พ่ายแพ้ ลิเวอร์พูล คารัง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ก.ย. ก่อนหน้าที่ผ่านมาด้วย…

สิ่งที่โค้ชโย่งพลาดไปจนนำหายนะมาสู่ช้างศึกเอเชียนเกมส์ 2018

เป็นที่รู้กันว่าทีมชาติไทย ต้องตกรอบรายการเอเชียนเกมส์ที่ประเทศอินโดนีเซีย
ไปแบบเหนือความคาดหมาย เพราะเป็นการตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี เลยทีเดียว
ซึ่งถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่น่าจดจำของวงการลูกหนังเมืองไทย
และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือเสียงวิจารณ์อย่างหนักหน่วง
ซึ่งจริงๆแล้วความระอุเริ่มคลุกกรุ่นมาตั้งแต่ที่ทีมชาติไทย ยังไม่ได้เดินทางไปกรุงจากาตาร์แล้ว
ซึ่งเหตุผลหลักๆมาจากการที่ โค้ชโย่ง วรวุธ ศรีมะฆะ นั่งตำแหน่งกุนซือแทน โซรัน ยานโควิช
ที่โดนปลดไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แม้กุนซือชาวไทยรายนี้จะสามารถพาทีมชาติไทยไปคว้าแชมป์ซีเกมส์
2017 ที่ประเทศมาเลเซียมาแล้ว ทว่าหลายคนกลับมองว่าฝีมือของเขายังดีไม่พอสำหรับทีมชุดนี้
เพราะถึงแม้จะคว้าแชมป์มาครองได้ในครั้งนั้น
แต่ก็เล่นเอาต้องลุ้นหนักแถมรูปเกมที่ออกมาน่าเบื่อไม่ถูกใจแฟนบอลรวมถึงการตอบโต้โซเชียลระหว่างนั
กบอล และกองเชียร์ก็ยิ่งเดือดขึ้นไปใหญ่
ในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกันโค้ชโย่งยังคงโดนโจมตีเหมือนเช่นเคยบยิ่งไปกว่านั้นก่อนเริ่มทัวร์นาเม้
นเขาตัดสินใจถอดชื่อ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ออกจาก 20 คนสุดท้ายที่จะเดินทางไปอินโดนีเซีย
นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้แฟนบอลยิ่งไม่เห็นด้วย และเมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเขากลับใส่ชื่อ รัตนากร
ใหม่คามิ ลงมาเป็นแบ็คขวาแถมยังพยายามคอยให้เติมเกมขึ้นไปริมเส้นเพื่อหาโอกาสเข้าทำทั้งๆที่
รัตนากร คือกองกลางตัวรับธรรมชาติ ซึ่งเขาเองก็เล่นในตำแหน่งนี้จนแจ้งเกิด และเป็นกำลังสำคัญของ
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อยู่ในเวลานี้
ไม่ใช่เพียงแค่นั้นสไตล์การเล่นรวมถึงแทคติกเขายังคงใช้รูปแบบเดิมนั่นคือเน้นการเข้าทำด้านข้างจริงอ
ยู่ที่ทีมชาติไทยชุดนี้มีนักเตะริมเส้นฝีเท้าดีหลายรายอีกทั้งยังมีความเร็วไม่แพ้คู่แข่ง
แต่ดูเหมือนว่าสุดท้ายจะดึงศักยภาพออกมาได้ไม่เต็มที่แถมบางคนก็ไม่ได้เล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัดอย่
างการจับ ชัยวัฒน์ บุราณ ลงไปเล่นแบ็คซ้ายแทน สุริยา
สิงห์มุ้ยที่มีอาการเจ็บมาตลอดสองเกมแรกก็ทำให้ประสิทธิภาพการบุกลดลงไปเยอะเลยทีเดียว
และที่กลายเป็นคำถามตามมาคือเหตุใดจึงไม่เรียกแบ็คซ้ายรายอื่นเข้ามาแทน
เพราะด้วยตำแหน่งนี้บางรายสามารถทดแทนได้อีกทั้งรู้อยู่ก่อนหน้านี้แล้วว่า สุริยา
อาจจะหายไม่ทันลงสนามในรายการนี้ด้วยซ้ำ
หากย้อนกลับไปได้หลายสิ่งที่กล่าวมามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก็นับว่าน่าสนใจทีเดียวว่าพวกเขาจะไปไ
ด้ไกลแค่ไหน……